เครื่องมือตรวจวัดแก๊ส

เครื่องมือตรวจวัดแก๊ส(Gas detector)

Gas Detector คือ อุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย ใช้สำหรับตรวจสอบพื้นที่ และบริเวณที่ปฏิบัติงานว่ามีปริมาณสารพิษ สารไวไฟ ตลอดจนก๊าซออกซิเจนว่าอยู่ในระดับที่มีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่การใช้ Gas Detector จะต้องใช้ sensor ให้ตรงกับชนิดของก๊าซที่จะตรวจวัด เพราะ sensor ได้ออกแบบเพื่อใช้สำหรับการวัดนั้นๆโดยเฉพาะเท่านั้น

การทำงานในที่อับอากาศอันตรายหรือไม่

ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่มักได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจาก การทำงานในที่อับอากาศ ซึ่งมีหลายสาเหตุที่ทำให้การทำงานในที่ อับอากาศอันตรายกว่าการทำงานทั่วไป โดยที่การจำกัดความเสี่ยง ของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ควรมีการประเมินความเสี่ยงและเตรียม เครื่องมือการตรวจสอบก่อนเข้าไปในที่อับอากาศ รวมทั้งควรศึกษา ถึงข้อบังคับในการทำงานในที่อับอากาศอีกด้วย

หากตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่สามารถทำให้ที่อับอากาศ ปลอดภัยได้ ผู้ปฏิบัติงานไม่ควรเข้าไปในพื้นที่จนกว่าจะมั่นใจว่า สถานที่น้ันปลอดภัย

บรรยากาศอันตราย หมายความว่า สภาพอากาศที่อาจทำให้ ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
• มี O2 ต่ำกว่า19.5% หรือมากกว่า 23.5% โดยปริมาตร
• มีก๊าซไอละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้เกิน 10% ของLEL
•มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ซึ่งมีค่ความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดใน
อากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LEL)
• มีค่าความเข้มข้นของสารเคมี (Toxic Gas) แต่ละชนิดเกิน
มาตรฐานที่กำหนดตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนด มาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี อันตราย

ควรทำสิ่งใดเพื่อเตรียมตัวเข้าไปในที่อับอากาศ

ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเข้าไปในที่อับอากาศที่ใดก็ตาม ควรผ่านการฝึก อบรมและมีความเชี่ยวชาญในด้านการตรวจสอบและประเมินอันตราย ทั้งภายในและภายนอกที่อับกาศดังนี้
ตรวจสอบคุณภาพอากาศ:

• ควรทดสอบอากาศภายนอกเพื่อเปรียบเทียบกับอากาศ ภายในสถานที่อับอากาศก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติงาน
• เพื่อความปลอดภัยควรมั่นใจว่าได้ตรวจสอบอากาศภายในครบทุก ตำแหน่ง (บน กลาง ล่าง)
•ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการอบรมแล้วจะใช้อุปกรณ์ตรวจวัดแก๊สที่มีท่อ และสายสำหรับตรวจวัดแก๊สในระยะไกล (Remote probes and sampling lines) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอากาศ
• อุปกรณ์ตรวจวัดแก๊สควรได้รับการสอบเทียบและดูแลรักษา อุปกรณ์สม่ำเสมอก่อนใช้งาน

ลำดับการตรวจวัดสภาพอากาศในที่อับอากาศ

1. ตรวจวัดก่อนเข้าปฏิบัติงาน
2. วัดตำแหน่งบน กลาง และล่าง
3. ผู้ปฏิบัติงานควรตรวจวัดเป็นระยะ ระหว่างเข้าทำงาน
4. ควรตรวจวัดทุกครั้งที่เข้าใหม่ เพราะสภาพบรรยากาศอาจมีการ เปลี่ยนแปลง

การตรวจสอบคุณภาพอากาศควรมีผลดังนี้

• ออกซิเจนควรมีอยู่ในระดับที่ปลอดภัย คือ ไม่น้อยกว่า 19.5% และไม่มากกว่า 23.5%
•ไม่ควรปรากฏว่าในอากาศมีสารอันตรายแก๊สพิษในปริมาณที่เป็นอันตรายแก่ผู้ทำงาน(มากกว่าค่า TLV)
• แก๊สพิษติดไฟต้องไม่เกิน 10% LEL
• อุปกรณ์ระบายอากาศต้องมีการทำงานอย่างถูกต้อง

การตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องต้องขึ้น อยู่กับลักษณะของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งลักษณะ การทำงานด้วย โดยเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนได้ขณะผู้ปฏิบัติงานอยู่ในที่อับอากาศและบางครั้งอันตรายอาจปรากฏขึ้น จากการปฏิบัติงานของผู้ที่เข้าไปทำงานในที่อับอากาศ

เทคนิคการตรวจวัดบรรยากาศ

• ใช้ปั๊มและสายดูดอากาศ (Sampling tube) ในแนวดิ่ง หรือท่อยืดขยาย (Probe) ดูดอากาศในแนวระนาบ
• เวลาในการตอบสนองของ Sensor คือ 2 วินาที/ฟุต
• ตรวจวัดอ่านค่าอย่างน้อย 2 นาที
• ใช้ตัวกรองตลอดเวลา เพื่อป้องกันฝุ่น และกันน้ำเข้าปั๊ม
• ตรวจสอบออกซิเจน แก๊สไวไฟ และแก๊สพิษ
• เมื่อพนักงานลงไปทำงาน ควรติดเครื่องตรวจวัดที่ตัวผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา
• ห้ามหย่อนเครื่องวัดแก๊สลงในที่อับอากาศโดยตรง